ค่าเสียหายส่วนแรก ในการเคลมประกันภัยรถยนต์ คืออะไร

ทำประกันไว้แล้ว ทำไมเวลาเคลมยังต้องจ่ายเพิ่ม? เป็นคำถามที่เจ้าของรถหลายคนสงสัย โดยเฉพาะเมื่อได้ยินคำว่า “ค่าเสียหายส่วนแรก”

ค่าเสียหายส่วนแรก เคลมแบบไหนต้องจ่าย เปรียบเทียบ Excess ตามเงื่อนไขการเคลม และ Deductible ตามที่ตกลงในกรมธรรม์

เงินส่วนนี้ไม่ได้เรียกเก็บทุกครั้งที่เคลม ต้องดูทั้งเหตุที่เกิด ลักษณะความเสียหาย และข้อตกลงในกรมธรรม์ การเข้าใจตั้งแต่ก่อนซื้อประกันจึงช่วยให้รู้ว่า หากเกิดเหตุขึ้น เราต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้าง

ค่าเสียหายส่วนแรก คืออะไร?

ค่าเสียหายส่วนแรก คือ เงินส่วนต้นของความเสียหายที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบเองตามเงื่อนไข ส่วนที่เกินจากนั้นบริษัทประกันภัยจึงรับผิดชอบภายในขอบเขตความคุ้มครอง

สำหรับความเสียหายต่อตัวรถ มีสองลักษณะที่ควรรู้จัก คือ Excess ซึ่งพิจารณาจากลักษณะเหตุที่เคลม และ Deductible ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ตกลงไว้ในกรมธรรม์

Excess — ค่าเสียหายส่วนแรกตามลักษณะเหตุ

คู่มือตีความกรมธรรม์ฯ อธิบายการรับผิดชอบ 1,000 บาทต่อเหตุการณ์ ไว้ในกรณีสำคัญ เช่น

  • รถถูกขีดข่วนหรือกลั่นแกล้ง แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้กระทำ วัน เวลา และสถานที่เกิดเหตุได้ชัดเจน
  • รถกระทบวัตถุจนเสียหายเฉพาะพื้นผิวสี โดยตัวรถหรืออุปกรณ์ไม่ได้บุบ แตก หรือร้าว
  • ไม่สามารถระบุสาเหตุ วัน เวลา และสถานที่ที่รถได้รับความเสียหายได้ชัดเจน
  • รถชนกับรถ แต่ไม่สามารถแจ้งรายละเอียดคู่กรณีอีกฝ่ายให้บริษัททราบได้

ตัวอย่าง: จอดรถไว้แล้วถูกรถคันอื่นเฉี่ยวชน แต่ไม่ทราบว่ารถคันใดเป็นคู่กรณี กรณีนี้เข้าเงื่อนไขค่าเสียหายส่วนแรก 1,000 บาท

คำว่า “ต่อเหตุการณ์” หมายถึงต้องพิจารณาว่าความเสียหายเกิดจากเหตุเดียวกันหรือคนละเหตุ ไม่ได้นับจากจำนวนชิ้นส่วนที่ซ่อมเพียงอย่างเดียว

แล้วชนเสา ชนรั้ว หรือกำแพง ต้องจ่ายไหม?

หากชนสิ่งอื่นที่ไม่ใช่รถยนต์จนตัวรถหรืออุปกรณ์ บุบ แตก หรือร้าว และสามารถแจ้งลักษณะเหตุ วัน เวลา และสถานที่ได้ชัดเจน ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดชอบส่วนแรก 1,000 บาทตามเงื่อนไขข้อนี้

เช่น ถอยชนเสาจนกันชนแตก และแจ้งรายละเอียดเหตุได้ชัดเจน แต่หากเพียงครูดจนสีเป็นรอย โดยไม่มีส่วนใดบุบ แตก หรือร้าว การพิจารณาจะต่างกัน

อย่างไรก็ตาม ยังต้องตรวจว่ากรมธรรม์มีค่าเสียหายส่วนแรกข้ออื่นกำหนดไว้อีกหรือไม่

Deductible — ค่าเสียหายส่วนแรกที่ตกลงไว้

เป็นจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยตกลงรับผิดชอบเองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง โดยระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ เช่น 3,000 หรือ 5,000 บาท

จึงควรตรวจตั้งแต่ก่อนซื้อว่า แผนที่เลือกมีค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่ จำนวนเท่าไร และใช้กับความเสียหายส่วนใด

ตัวอย่าง: กรมธรรม์กำหนดส่วนแรกไว้ 5,000 บาท หากเกิดเหตุที่ได้รับความคุ้มครองและมีค่าซ่อม 20,000 บาท ผู้เอาประกันภัยรับผิดชอบ 5,000 บาท บริษัทรับผิดชอบอีก 15,000 บาท สมมติว่าไม่มีส่วนแรกข้ออื่นเพิ่มเติม

แต่หากค่าซ่อมเพียง 3,000 บาท ผู้เอาประกันภัยรับผิดชอบตามความเสียหายจริง 3,000 บาท ไม่ใช่ต้องจ่ายเต็ม 5,000 บาท

ถ้าเราเป็นฝ่ายถูก ยังต้องจ่ายไหม?

ตามเงื่อนไขที่คู่มือตีความฯ อธิบาย ผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับผิดชอบส่วนแรกที่ตกลงไว้ข้อนี้ หากความเสียหายเกิดจากบุคคลภายนอก และรู้ตัวผู้รับผิดตามกฎหมาย ทำให้บริษัทมีสิทธิเรียกค่าเสียหายคืนจากบุคคลนั้นได้

จึงต้องดูทั้งผู้รับผิดและหลักฐานประกอบ ไม่ใช่พิจารณาเพียงว่า “มีคู่กรณี” เท่านั้น

เหตุเดียว ต้องจ่ายส่วนแรกมากกว่าหนึ่งข้อได้หรือไม่?

ได้ หากเข้าเงื่อนไขหลายข้อพร้อมกัน เช่น มีส่วนแรกที่ตกลงไว้ในตารางกรมธรรม์ และเหตุที่เคลมเข้าเงื่อนไขส่วนแรก 1,000 บาทด้วย ความรับผิดชอบอาจเพิ่มรวมกัน

นอกจากนี้ อาจมีเงื่อนไขเกี่ยวกับผู้ขับขี่ที่ไม่ได้ระบุชื่อ จึงควรตรวจตารางกรมธรรม์และเอกสารแนบท้ายของรถคันนั้นประกอบด้วย

ต้องชำระเมื่อใด?

ข้อกำหนดในคู่มือตีความฯ ระบุว่า บริษัทจะจ่ายส่วนที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบแทนไปก่อน แล้วผู้เอาประกันภัยต้องคืนเงินให้บริษัท ภายใน 7 วันนับแต่ได้รับหนังสือเรียกร้อง

หากได้รับแจ้งให้ชำระผ่านอู่หรือศูนย์ซ่อม ควรให้บริษัทประกันภัยยืนยันยอด ผู้รับชำระ และขอหลักฐานรับเงินให้เรียบร้อย

ก่อนจ่าย ควรถามให้ชัด

เมื่อได้รับแจ้งว่ามีค่าเสียหายส่วนแรก ควรทราบว่า เรียกเก็บตามเงื่อนไขข้อใด คิดจากกี่เหตุการณ์ และมีส่วนแรกข้ออื่นรวมอยู่ด้วยหรือไม่

สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรจำเพียงว่า “เคลมไม่มีคู่กรณีต้องจ่าย” เพราะเหตุและลักษณะความเสียหายที่ต่างกัน อาจทำให้ความรับผิดชอบต่างกันได้ แม้จะเป็นรถคันเดียวและกรมธรรม์ฉบับเดียวกัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

สมาคมประกันวินาศภัยไทย: คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 66/2563 หมวดความคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ ข้อ 4 ความเสียหายส่วนแรก และคำอธิบายประกอบ

บทความอธิบายหลักตามคู่มืออ้างอิง การพิจารณาแต่ละกรณีเป็นไปตามกรมธรรม์และเอกสารแนบท้ายที่มีผลใช้กับรถคันนั้น

กลับไปเลือกอ่านบทความ →