การนำเล่มทะเบียนปลอมมาขอสินเชื่อ ไม่ได้มีผลเพียงทำให้คำขอสินเชื่อถูกระงับหรือปฏิเสธเท่านั้น หากผู้ยื่นทราบว่าเอกสารเป็นของปลอมแต่ยังนำมาใช้เพื่อให้ไฟแนนซ์หลงเชื่อ อาจเข้าข่ายความผิดทางอาญาได้
เล่มทะเบียนรถสำคัญต่อการขอสินเชื่ออย่างไร
“เล่มทะเบียนรถ” มีชื่อทางราชการว่า “ใบคู่มือจดทะเบียนรถ” ใช้แสดงข้อมูลทางทะเบียน ผู้ถือกรรมสิทธิ์ และรายละเอียดของรถ
ไฟแนนซ์จึงต้องตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและสิทธิในรถ ก่อนพิจารณารับรถเป็นหลักประกันและอนุมัติสินเชื่อ
ไฟแนนซ์ตรวจสอบเล่มทะเบียนปลอมอย่างไร
เล่มทะเบียนปลอมอาจคัดลอกเลขทะเบียน เลขตัวถัง เลขเครื่องยนต์ ชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ และรายละเอียดอื่นให้ตรงกับรถจริงได้ การดูเฉพาะข้อมูลเหล่านี้จึงอาจยังไม่เพียงพอ
ไฟแนนซ์สามารถนำเลขที่เล่มทะเบียนไปเปรียบเทียบกับข้อมูลทะเบียนรถของกรมการขนส่งทางบก หากเลขที่เล่มไม่ตรงกับข้อมูลในระบบ แม้ข้อมูลรถและชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์จะตรงกัน ก็อาจแสดงว่าเอกสารที่นำมายื่นไม่ใช่เล่มทะเบียนฉบับปัจจุบันที่ออกโดยทางราชการ
เมื่อพบความผิดปกติ ไฟแนนซ์จะระงับการดำเนินการและตรวจสอบที่มาของเอกสาร โดยจะไม่นำเอกสารดังกล่าวไปใช้ประกอบการอนุมัติสินเชื่อจนกว่าจะยืนยันความถูกต้องได้
มีความผิดทางอาญาหรือไม่
การปลอมหรือใช้เล่มทะเบียนปลอมโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเอกสารปลอม อาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา
การจัดทำ ดัดแปลง หรือแก้ไขเล่มทะเบียนให้ดูเหมือนเอกสารที่ออกโดยทางราชการ อาจเข้าข่ายความผิดฐานปลอมเอกสารราชการ ตามมาตรา 265 ซึ่งกำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000–100,000 บาท
ผู้ที่นำเล่มทะเบียนปลอมไปยื่นขอสินเชื่อทั้งที่ทราบว่าเป็นเอกสารปลอม และการใช้นั้นน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ไฟแนนซ์หรือบุคคลอื่น อาจเข้าข่ายความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอม ตามมาตรา 268 และต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับเอกสารประเภทนั้น
หากใช้เอกสารปลอมเพื่อให้ไฟแนนซ์หลงเชื่อและอนุมัติหรือจ่ายเงินสินเชื่อ อาจมีความผิดฐานอื่นเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ทั้งนี้ ต้องพิจารณาจากเจตนา การกระทำ และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี
ไม่ได้เป็นผู้ปลอม แต่นำเอกสารไปใช้ มีความผิดหรือไม่
ผู้ใช้เอกสารไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ลงมือปลอมเอกสารเองจึงจะมีความผิด หากรู้อยู่แล้วว่าเล่มทะเบียนเป็นของปลอม แต่ยังนำไปใช้หรือกล่าวอ้างในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหาย ก็อาจมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมได้
แต่หากเจ้าของรถได้รับเล่มทะเบียนมาจากการซื้อรถและไม่ทราบว่าเป็นของปลอม ต้องพิจารณาเรื่องเจตนา ที่มาของเอกสาร และพยานหลักฐานเป็นรายกรณี
หากสงสัยว่าเล่มทะเบียนเป็นของปลอม
ควรหยุดการซื้อขายหรือการยื่นสินเชื่อ และตรวจสอบเอกสารกับกรมการขนส่งทางบกก่อนดำเนินการต่อ
หากเลขที่เล่มทะเบียนไม่ตรงกันในแต่ละหน้า ไม่ตรงกับข้อมูลทะเบียนรถ หรือไม่สามารถยืนยันที่มาของเอกสารได้ ควรนำรถและเอกสารไปตรวจสอบกับสำนักงานขนส่งที่รถจดทะเบียน
หากสงสัยว่าถูกหลอก ควรเก็บหลักฐานการซื้อขาย หลักฐานการชำระเงิน และข้อความการติดต่อไว้ เพื่อใช้แจ้งความหรือขอคำปรึกษาทางกฎหมาย
ตรวจสอบข้อมูลก่อนยื่นสินเชื่อ
ก่อนยื่นขอสินเชื่อ ควรตรวจสอบว่าเล่มทะเบียนเป็นเอกสารที่ออกโดยทางราชการ เลขที่เล่มตรงกับข้อมูลในระบบทะเบียนรถ และผู้ยื่นมีสิทธินำรถมาขอสินเชื่ออย่างถูกต้อง
พี่ผึ้งช่วยตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นก่อนประสานงานสินเชื่อ หากพบว่าเอกสารมีข้อสงสัยหรือยังไม่สามารถยืนยันความถูกต้องได้ จะยังไม่ดำเนินการส่งคำขอจนกว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงเรียบร้อย
สรุป
การนำเล่มทะเบียนปลอมมาขอสินเชื่ออาจทำให้คำขอถูกระงับหรือปฏิเสธ และอาจมีความผิดทางอาญา โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ยื่นทราบว่าเป็นเอกสารปลอมแต่ยังนำมาใช้เพื่อให้ไฟแนนซ์หลงเชื่อ
หากไม่แน่ใจว่าเล่มทะเบียนถูกต้องหรือไม่ ควรหยุดดำเนินการและตรวจสอบกับกรมการขนส่งทางบกก่อนยื่นสินเชื่อ เพื่อป้องกันความเสียหายและปัญหาทางกฎหมายที่อาจตามมา
PP ASSET SERVICE
ให้พี่ผึ้งช่วยตรวจสอบข้อมูลก่อนยื่นสินเชื่อ
ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นและให้คำแนะนำตามเงื่อนไขอย่างตรงไปตรงมา
ผลการประเมินเป็นข้อมูลเบื้องต้น การอนุมัติ วงเงิน และเงื่อนไขเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของผู้ให้สินเชื่อแต่ละแห่ง กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหวคำถามที่พบบ่อย
คำถามเกี่ยวกับเล่มทะเบียนปลอม
นำเล่มทะเบียนปลอมมาขอสินเชื่อมีความผิดหรือไม่?
หากทราบว่าเป็นเอกสารปลอมแต่ยังนำไปใช้ในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหาย อาจเข้าข่ายความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอม และอาจมีความผิดอื่นเพิ่มเติมตามข้อเท็จจริง
ไฟแนนซ์ตรวจสอบเล่มทะเบียนปลอมจากอะไร?
จุดสำคัญคือเลขที่เล่มทะเบียนรถ ซึ่งประทับกำกับอยู่บนทุกหน้าของใบคู่มือจดทะเบียนรถ โดยไฟแนนซ์สามารถนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลทะเบียนรถของกรมการขนส่งทางบก
ไม่ใช่ผู้ปลอมแต่นำเล่มปลอมไปใช้มีความผิดหรือไม่?
อาจมีความผิดได้หากรู้อยู่แล้วว่าเป็นเอกสารปลอมแต่ยังนำไปใช้ ส่วนกรณีไม่ทราบว่าเป็นของปลอมต้องพิจารณาเจตนา ที่มาของเอกสาร และพยานหลักฐานเป็นรายกรณี
