
หากต้องการให้ประกันดูแลความเสียหายเมื่อรถถูกน้ำท่วม ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 มีความคุ้มครองส่วนนี้ ส่วนประกัน 2+ และ 3+ ต้องเลือกแผนที่มีความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติเพิ่มเติมไว้ด้วย
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่รู้ว่าซื้อประกันประเภทอะไร แต่ต้องรู้ว่า กรมธรรม์คุ้มครองเหตุใด วงเงินเท่าไร และมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบเองหรือไม่
พีพีแอสเซท เซอร์วิส เรียบเรียงคู่มือนี้เพื่อช่วยให้เจ้าของรถตรวจความคุ้มครองได้เข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อ
1. เริ่มจากดูประเภทประกันที่มีอยู่
ประกันประเภท 1 หรือประกันชั้น 1
มีความคุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถ ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะการชนหรือคว่ำ
คู่มือตีความกรมธรรม์ฯ อธิบายไว้ว่า ความเสียหายที่ได้รับความคุ้มครองรวมถึง รถถูกน้ำท่วมและความเสียหายจากภัยธรรมชาติ โดยต้องไม่เข้าข้อยกเว้นของกรมธรรม์
ดังนั้น หากทำประกันประเภท 1 แล้วรถได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สามารถแจ้งให้บริษัทประกันภัยตรวจสอบและพิจารณาความเสียหายตามเงื่อนไขได้
ประกันประเภท 2+ หรือ 3+
ไม่ได้คุ้มครองน้ำท่วมทุกแผน ต้องตรวจว่ามีความคุ้มครองเพิ่มเติมไว้หรือไม่
ความคุ้มครองตัวรถจากการชนกับยานพาหนะทางบก ไม่ได้ทำให้ความเสียหายจากน้ำท่วมได้รับความคุ้มครองไปด้วยโดยอัตโนมัติ
หากต้องการคุ้มครองน้ำท่วม ให้ตรวจตารางกรมธรรม์และเอกสารแนบท้ายว่า มีความคุ้มครอง “ภัยน้ำท่วม” หรือ “ภัยธรรมชาติ” รวมอยู่ในแผนที่เลือกหรือไม่
2. อ่านให้เข้าใจว่า “ภัยธรรมชาติ” กับ “เฉพาะน้ำท่วม” ต่างกันอย่างไร
น้ำท่วมเป็นส่วนหนึ่งของภัยธรรมชาติ ขอบเขตความคุ้มครองทั้งสองแบบจึงต่างกัน
| ข้อความความคุ้มครอง | เมื่อเกิดน้ำท่วม | เมื่อเกิดภัยธรรมชาติอื่น |
|---|---|---|
| คุ้มครองภัยธรรมชาติ | รวมความคุ้มครองน้ำท่วมด้วย | คุ้มครองตามภัยและเงื่อนไขที่กำหนด |
| คุ้มครองเฉพาะภัยน้ำท่วม | คุ้มครองตามเงื่อนไข | ไม่ได้รับความคุ้มครองจากส่วนขยายน้ำท่วมเพียงอย่างเดียว |
หากกรมธรรม์มีความคุ้มครองภัยธรรมชาติอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องมีคำว่า “น้ำท่วม” แยกอีกรายการเพื่อให้เข้าใจว่ารวมภัยนี้ด้วย
ในทางกลับกัน หากซื้อเพิ่มเฉพาะน้ำท่วม ก็ไม่ควรเข้าใจว่าครอบคลุมภัยธรรมชาติอื่นทั้งหมด เช่น เหตุพายุพัดต้นไม้ทับรถ ต้องตรวจว่ามีความคุ้มครองส่วนอื่นรองรับหรือไม่
ตัวอย่าง: รถสองคันทำประกัน 2+ เหมือนกัน แต่คันหนึ่งเพิ่มความคุ้มครองภัยธรรมชาติ อีกคันเพิ่มเฉพาะน้ำท่วม ทั้งสองคันอาจมีความคุ้มครองเมื่อถูกน้ำท่วม แต่เมื่อเกิดภัยธรรมชาติอื่น ต้องพิจารณาขอบเขตของแต่ละแผนแยกกัน
3. มีความคุ้มครองแล้ว ต้องตรวจวงเงินด้วย
คำว่า “คุ้มครองน้ำท่วม” บอกว่ามีความคุ้มครองสำหรับเหตุนั้น แต่ยังต้องอ่านต่อว่า บริษัทรับผิดชอบได้สูงสุดเท่าไร
สำหรับความคุ้มครองต่อตัวรถ คู่มือตีความฯ กำหนดหลักว่า ความรับผิดของบริษัทไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตาราง
หากเป็นความคุ้มครองเพิ่มเติม ให้ตรวจจำนวนเงินและเงื่อนไขในเอกสารแนบท้ายที่ใช้กับรถคันนั้นด้วย ไม่ควรนำวงเงินจากแผนอื่นมาใช้แทน
ก่อนซื้อควรทราบให้ชัดว่า
- วงเงินสำหรับความเสียหายจากน้ำท่วมเป็นเท่าไร
- มีข้อจำกัดต่อครั้งหรือตลอดระยะเวลาประกันภัยอย่างไร
- มีค่าเสียหายส่วนแรกที่ต้องรับผิดชอบเองหรือไม่
4. รถถูกน้ำท่วม ต้องจ่ายส่วนแรก 1,000 บาทไหม?
การไม่มีคู่กรณี ไม่ได้หมายความว่าต้องจ่าย 1,000 บาททุกครั้ง
คู่มือตีความฯ อธิบายว่า กรณีความเสียหายอันมิได้เกิดจากการชนหรือคว่ำที่เรียกเก็บส่วนแรก 1,000 บาทตามข้อนั้น ไม่ได้รวมความเสียหายจากภัยธรรมชาติที่ทำให้ส่วนอื่นของรถนอกจากพื้นผิวสีเสียหายด้วย เช่น ความเสียหายจากน้ำท่วม
จึงต้องพิจารณาลักษณะเหตุและความเสียหายก่อน ไม่ใช่เรียกเก็บเพียงเพราะไม่มีรถคู่กรณี
อย่างไรก็ตาม ยังต้องตรวจส่วนแรกที่ตกลงไว้ในตารางกรมธรรม์หรือเอกสารแนบท้าย เพราะอาจเป็นข้อตกลงอีกส่วนหนึ่ง
อ่านเพิ่มเติม: ค่าเสียหายส่วนแรก ในการเคลมประกันภัยรถยนต์ คืออะไร
5. ก่อนตกลงซื้อ ขอให้ผู้เสนอประกันยืนยัน 3 เรื่องนี้
“รถถูกน้ำท่วม แผนนี้คุ้มครองหรือไม่?”
ขอให้ชี้รายการความคุ้มครองในตารางกรมธรรม์หรือเอกสารแนบท้าย ไม่ใช่ยืนยันจากชื่อแผนเพียงอย่างเดียว
“วงเงินน้ำท่วมเท่าไร?”
ตรวจจำนวนเงินที่ใช้กับความคุ้มครองนี้ พร้อมข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องให้ครบ
“เมื่อเกิดเหตุ ต้องจ่ายเองส่วนไหน?”
ตรวจค่าเสียหายส่วนแรกและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รู้ภาระของตัวเองก่อนเกิดเหตุ
เก็บใบเสนอราคา ตารางความคุ้มครอง และเอกสารแนบท้ายไว้ด้วยกัน เมื่อได้รับกรมธรรม์แล้ว ให้ตรวจว่าตรงกับแผนที่ตกลงซื้อไว้
เลือกประกันให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการคุ้มครอง
หากต้องการความคุ้มครองน้ำท่วม ประกันประเภท 1 มีความคุ้มครองต่อตัวรถที่รองรับเหตุตามหลักในคู่มือตีความฯ ส่วนประกัน 2+ และ 3+ ต้องเลือกแผนที่เพิ่มความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติไว้
จำหลักนี้ไว้ก่อนซื้อ:
จากนั้นตรวจวงเงิน ค่าเสียหายส่วนแรก และข้อยกเว้นของแผนให้ครบ จึงจะรู้ว่าประกันที่เลือกตอบความต้องการของเราเพียงใด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ฉบับที่ใช้อ้างอิง
- หมวดการคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ ข้อ 1 ข้อตกลงคุ้มครอง — หน้า 95
- หมวดเดียวกัน ข้อ 4 ความเสียหายส่วนแรก และคำอธิบายประกอบ — หน้า 97–98
- เอกสารแนบท้ายความเสียหายต่อรถยนต์เนื่องจากการชนกับยานพาหนะทางบก — หน้า 135 เป็นต้นไป
- การประกันภัยเพิ่มตามเอกสารแนบท้าย — หน้า 146
เลขหน้าอ้างอิงเป็นเลขหน้าที่พิมพ์ในเอกสาร ความคุ้มครองและการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นไปตามกรมธรรม์และเอกสารแนบท้ายที่มีผลใช้กับรถคันนั้น
