รถเสียหายแค่ไหน ถึงได้รับเงินคืนทุนประกัน?

เข้าใจเกณฑ์รถเสียหายสิ้นเชิง วิธีพิจารณาค่าซ่อม และสิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนรับค่าสินไหมทดแทน

รถเสียหายแค่ไหน ถึงได้รับเงินคืนทุนประกัน ภาพรถยนต์เสียหายรุนแรง

เมื่อรถเกิดเหตุจนเสียหายหนัก เจ้าของรถอาจกังวลว่า รถยังซ่อมได้หรือไม่ และบริษัทประกันจะพิจารณาซ่อมรถให้ หรือจ่ายเงินคืนทุนประกัน

การพิจารณาเรื่องนี้มีหลักเกณฑ์ตามกรมธรรม์ โดยคู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ใช้คำว่า “รถยนต์เสียหายสิ้นเชิง” ซึ่งพิจารณาทั้งความสามารถในการซ่อมรถให้กลับคืนสภาพเดิม และค่าซ่อมเมื่อเทียบกับมูลค่ารถในขณะเกิดเหตุ

คืนทุนประกัน คืออะไร?

“คืนทุนประกัน” เป็นคำที่ใช้เรียกกันทั่วไป เมื่อบริษัทประกันจ่ายค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุไว้ในตารางกรมธรรม์ กรณีรถเสียหายสิ้นเชิงจากเหตุที่ได้รับความคุ้มครอง

ตัวอย่างเช่น กรมธรรม์ระบุทุนประกันรถยนต์ไว้ 400,000 บาท เมื่อรถเสียหายสิ้นเชิง บริษัทจะพิจารณาชดใช้ตามทุนประกันจำนวนนี้ โดยมีเงื่อนไขอื่นที่ต้องตรวจประกอบ เช่น ความเสียหายส่วนแรกและสิทธิของผู้รับประโยชน์

เงินคืนทุนประกันเป็นค่าสินไหมทดแทนความเสียหายของรถ ไม่ใช่การคืนเบี้ยประกันภัยที่จ่ายไว้

รถเสียหายแบบไหน เข้าข่ายเสียหายสิ้นเชิง?

คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ หน้า 96 ข้อ 2.1 อธิบายเกณฑ์ไว้ 2 กรณี

1. รถเสียหายจนไม่อาจซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมได้

กรณีนี้พิจารณาจากสภาพความเสียหายของรถว่า สามารถซ่อมให้กลับคืนสภาพเดิมได้หรือไม่ หากไม่สามารถทำได้ ก็เข้าข่ายรถยนต์เสียหายสิ้นเชิง จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาจากยอดค่าซ่อมเพียงอย่างเดียว

2. ค่าซ่อมให้กลับคืนสภาพเดิมไม่น้อยกว่า 70% ของมูลค่ารถ ณ วันเกิดเหตุ

แม้รถจะสามารถซ่อมได้ แต่หากต้องเสียค่าซ่อมตั้งแต่ 70% ของมูลค่ารถในขณะเกิดความเสียหาย ก็เข้าข่ายรถยนต์เสียหายสิ้นเชิงตามเกณฑ์นี้เช่นกัน

เข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งก็ได้ ไม่จำเป็นต้องครบทั้งสองข้อ และเหตุนั้นต้องอยู่ในความคุ้มครองของกรมธรรม์ด้วย

ค่าซ่อม 70% คำนวณจากอะไร?

ฐานที่ใช้คำนวณคือ มูลค่ารถยนต์ในขณะเกิดความเสียหาย ไม่ใช่ทุนประกันที่ระบุในกรมธรรม์

ราคาตลาดของรถกับทุนประกันไม่จำเป็นต้องเท่ากันเสมอไป จึงต้องแยกจำนวนเงินทั้งสองส่วนให้ชัดเจน ลองดูตัวอย่างนี้

รายการจำนวนเงิน
มูลค่ารถ ณ วันเกิดเหตุ500,000 บาท
ทุนประกันในกรมธรรม์400,000 บาท
ค่าซ่อม 70% ของมูลค่ารถ350,000 บาท

หากประเมินว่าการซ่อมรถให้กลับคืนสภาพเดิมต้องใช้เงิน 350,000 บาทขึ้นไป จะถึงเกณฑ์ 70% ของมูลค่ารถ ณ วันเกิดเหตุ

เมื่อเป็นเหตุที่ได้รับความคุ้มครองและพิจารณาว่ารถเสียหายสิ้นเชิง บริษัทจะชดใช้ตามทุนประกัน 400,000 บาท โดยพิจารณาเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย

ถ้าค่าซ่อมไม่ถึงเกณฑ์ จะได้รับเงินเต็มทุนไหม?

หากรถยังซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมได้ และค่าซ่อมต่ำกว่า 70% ของมูลค่ารถ ณ วันเกิดเหตุ ก็ยังไม่เข้าเกณฑ์เสียหายสิ้นเชิงตามหลักข้างต้น

คู่มือตีความฯ หน้า 96 ข้อ 2.2 อธิบายว่า กรณีเสียหายแต่ไม่ถึงกับเสียหายสิ้นเชิง บริษัทและผู้เอาประกันภัยอาจตกลงวิธีชดใช้ได้ โดยซ่อมรถ เปลี่ยนรถที่มีสภาพเดียวกัน หรือชดใช้เป็นเงิน

ดังนั้น หากตกลงรับเงินแทนการซ่อม จำนวนเงินไม่ได้เท่ากับทุนประกันเต็มจำนวนโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาความเสียหายและข้อตกลงในการชดใช้

รับเงินคืนทุนประกันแล้ว รถเป็นของใคร?

คู่มือตีความฯ กำหนดว่า หากทำประกันไว้ไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่ารถในขณะเอาประกันภัย เมื่อรับค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวน ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ต้องโอนกรรมสิทธิ์รถให้บริษัทประกัน และความคุ้มครองรถคันนั้นเป็นอันสิ้นสุด

บริษัทประกันเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการโอนตามที่คู่มืออธิบายไว้

ตัวเลข 70% กับ 80% เป็นคนละเงื่อนไข ดังนี้

เกณฑ์ใช้พิจารณาเรื่องใด
ค่าซ่อมตั้งแต่ 70% ของมูลค่ารถ ณ วันเกิดเหตุรถเข้าข่ายเสียหายสิ้นเชิงจากค่าซ่อมหรือไม่
ทุนประกันตั้งแต่ 80% ของมูลค่ารถ ณ วันทำประกันเงื่อนไขการโอนกรรมสิทธิ์รถให้บริษัทเมื่อรับค่าสินไหมเต็มจำนวน

รถยังผ่อนอยู่ ใครได้รับเงินคืนทุนประกัน?

หากกรมธรรม์มีเอกสารแนบท้าย ร.ย.24 ระบุชื่อผู้รับประโยชน์ไว้ บริษัทจะต้องจ่ายค่าสินไหมให้ผู้รับประโยชน์ตามส่วนได้เสียก่อน

สำหรับรถที่ยังผ่อนไฟแนนซ์ ลูกค้าจึงควรตรวจชื่อผู้รับประโยชน์ในกรมธรรม์ และยอดหนี้คงเหลือกับไฟแนนซ์ เพื่อทราบว่าเงินค่าสินไหมจะถูกจัดสรรอย่างไร

เจ้าของรถจึงอาจไม่ได้รับเงินเต็มทุนเข้าบัญชีตนเองทั้งหมด เพราะต้องพิจารณาสิทธิของผู้รับประโยชน์ที่ระบุไว้ด้วย

ก่อนตกลงรับค่าสินไหม ควรตรวจอะไรบ้าง?

  • มูลค่ารถ ณ วันเกิดเหตุ ที่ใช้พิจารณาเป็นจำนวนเท่าไหร่
  • รายการและยอดประเมินค่าซ่อม คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของมูลค่ารถ
  • เหตุผลที่พิจารณาว่าเสียหายสิ้นเชิง เพราะซ่อมคืนสภาพเดิมไม่ได้ หรือค่าซ่อมถึงเกณฑ์
  • จำนวนเงินที่จะชดใช้จริง มีความเสียหายส่วนแรกตามกรมธรรม์หรือไม่
  • ผู้มีสิทธิรับเงินและขั้นตอนโอนกรรมสิทธิ์รถ ต้องดำเนินการอย่างไร

การเข้าใจรายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้ลูกค้าตรวจสอบผลการพิจารณาได้ และทราบทั้งจำนวนเงินที่จะได้รับกับขั้นตอนที่ต้องดำเนินการต่อ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ หน้า 96 ข้อ 2.1 การชดใช้กรณีรถยนต์เสียหายสิ้นเชิง และข้อ 2.2 การชดใช้กรณีเสียหายแต่ไม่ถึงกับเสียหายสิ้นเชิง รวมถึงตัวอย่างความเสียหายส่วนแรกในหัวข้อคำจำกัดความของคู่มือ

เลขหน้าอ้างอิงเป็นเลขหน้าที่พิมพ์ในเอกสาร การพิจารณาความคุ้มครองและค่าสินไหมทดแทนเป็นไปตามกรมธรรม์และเอกสารแนบท้ายที่ใช้กับรถคันนั้น

อ่านเพิ่มเติม: ค่าเสียหายส่วนแรก ในการเคลมประกันภัยรถยนต์

กลับไปเลือกอ่านบทความ →