
เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุจนต้องเข้าซ่อม เจ้าของรถอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งค่าเดินทางไปทำงาน ค่าแท็กซี่ หรือค่าเช่ารถเพื่อใช้ทดแทน หลายคนจึงสงสัยว่า นอกจากค่าซ่อมรถแล้ว สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากการไม่มีรถใช้ได้หรือไม่
ค่าเสียหายส่วนนี้เรียกว่า “ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์” โดยต้องพิจารณาว่าใครเป็นฝ่ายต้องรับผิด และเรียกร้องจากบริษัทประกันของฝ่ายใด เพราะการเรียกร้องจากประกันคู่กรณีกับประกันของตนเองมีเงื่อนไขต่างกัน
ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ คืออะไร?
คือค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายที่เกิดจากการไม่สามารถใช้รถได้ เช่น รถถูกชนจนต้องนำเข้าซ่อม ทำให้เจ้าของรถต้องเสียค่าเดินทางหรือเช่ารถทดแทน
ค่าขาดประโยชน์จึงเป็น ค่าเสียหายคนละส่วนกับค่าซ่อมรถ การที่บริษัทประกันรับผิดชอบซ่อมรถให้แล้ว ไม่ได้หมายความว่าได้ชดใช้ความเสียหายจากการไม่มีรถใช้ครบถ้วนแล้วด้วย
อย่างไรก็ตาม การมีรถอยู่ระหว่างซ่อมเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ได้รับเงินทุกกรณี ต้องพิจารณาความรับผิด ความเสียหาย และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องประกอบกัน
รถถูกชนและคู่กรณีต้องรับผิด เรียกร้องจากใคร?
หากรถของเราได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุที่คู่กรณีต้องรับผิดตามกฎหมาย สามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์จากฝ่ายนั้น โดยบริษัทประกันภัยของคู่กรณีจะพิจารณาชดใช้แทนตามความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ หน้า 75 อธิบายว่า ผู้เสียหายต้องติดต่อเรียกร้องกับบริษัทประกันภัย และบริษัทจะชดใช้ตามความเสียหายที่แท้จริง โดยมีอัตราขั้นต่ำตามประเภทรถดังนี้
| ประเภทรถของผู้เสียหาย | อัตราขั้นต่ำตามคู่มือ |
|---|---|
| รถยนต์ที่มีที่นั่งรวมผู้ขับขี่ไม่เกิน 7 คน ซึ่งไม่ใช่รถรับจ้างสาธารณะ | 500 บาทต่อวัน |
| รถรับจ้างสาธารณะที่มีที่นั่งไม่เกิน 7 คน เช่น รถแท็กซี่ | 700 บาทต่อวัน |
| รถยนต์ที่มีที่นั่งรวมผู้ขับขี่เกิน 7 คน ทั้งรถส่วนบุคคลและรถรับจ้างสาธารณะ | 1,000 บาทต่อวัน |
จำนวนเงินดังกล่าวเป็นอัตราขั้นต่ำตามคู่มือ ไม่ใช่เพดานสูงสุดของการเรียกร้อง หากได้รับความเสียหายมากกว่าอัตราขั้นต่ำ ต้องแสดงรายละเอียดและหลักฐานประกอบเพื่อให้พิจารณาความเสียหายที่แท้จริง
รถซ่อมกี่วัน จะได้รับเงินครบทุกวันหรือไม่?
จำนวนวันที่รถอยู่ในอู่กับจำนวนวันที่ได้รับการชดใช้อาจไม่เท่ากัน จึงควรมีรายละเอียดประกอบว่า รถไม่สามารถใช้งานได้ในช่วงใด และใช้เวลาซ่อมเท่าใด
ตัวอย่างการคำนวณเพื่อให้เข้าใจง่าย หากรถส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่งมีระยะเวลาที่ได้รับการพิจารณาชดใช้ 10 วัน เมื่อคำนวณตามอัตราขั้นต่ำวันละ 500 บาท จะเป็นเงิน 5,000 บาท
ตัวอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่า รถเข้าอู่ 10 วันแล้วจะได้รับเงิน 5,000 บาทโดยอัตโนมัติ เพราะยังต้องพิจารณาความรับผิดและรายละเอียดความเสียหายของแต่ละกรณีด้วย
ใช้ประกันของเราเองซ่อมรถ ยังเรียกร้องจากประกันคู่กรณีได้หรือไม่?
ต้องแยก ผู้จัดการซ่อมรถ ออกจาก ผู้รับผิดชอบค่าขาดประโยชน์
แม้เราจะใช้ประกันของตนเองดำเนินการซ่อม แต่หากอุบัติเหตุนั้นมีคู่กรณีเป็นฝ่ายต้องรับผิด การเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถให้พิจารณาจากความรับผิดของคู่กรณีนั้น
จึงไม่ควรเข้าใจว่า เมื่อเคลมซ่อมกับบริษัทใดแล้ว ต้องเรียกค่าขาดประโยชน์จากบริษัทเดียวกันเสมอไป
ถ้าเรียกร้องจากบริษัทประกันของเราเอง มีเงื่อนไขอย่างไร?
คู่มือตีความฯ อธิบายว่า ค่าใช้จ่ายจากการไม่มีรถใช้ระหว่างซ่อม เช่น ค่าเช่ารถหรือค่าแท็กซี่ โดยทั่วไป ไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองมาตรฐานสำหรับความเสียหายต่อตัวรถของเราเอง แม้การซ่อมรถครั้งนั้นจะเป็นเหตุที่ได้รับความคุ้มครองก็ตาม
หากกรมธรรม์มีความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับรถทดแทนหรือค่าใช้จ่ายระหว่างซ่อม ต้องตรวจข้อตกลงและเงื่อนไขของความคุ้มครองนั้นแยกต่างหาก
แต่มีอีกกรณีที่คู่มือกล่าวถึง คือ บริษัทประกันประวิงการซ่อมหรือทำให้การซ่อมล่าช้าเกินกว่าที่ควรจะเป็นโดยไม่มีเหตุอันสมควร
บริษัททำให้ซ่อมล่าช้า เรียกร้องได้เฉพาะช่วงที่ล่าช้า
คู่มือยกตัวอย่างว่า ตามปกติความเสียหายควรซ่อมเสร็จภายใน 15 วัน แต่บริษัทซ่อมล่าช้าหรือจัดหาอะไหล่ล่าช้า ทำให้ใช้เวลาซ่อมจริง 45 วัน
ในกรณีนี้ ค่าขาดประโยชน์ที่เรียกร้องจากบริษัทของตนเองได้ คือ ส่วนที่ล่าช้า 30 วัน ไม่ใช่ตลอดระยะเวลาซ่อมทั้ง 45 วัน
| รายการ | ระยะเวลา |
|---|---|
| ระยะเวลาซ่อมตามปกติ | 15 วัน |
| ระยะเวลาซ่อมจริง | 45 วัน |
| ระยะเวลาที่ล่าช้า | 30 วัน |
การพิจารณาว่าล่าช้าหรือไม่ ต้องดูขนาดความเสียหาย ระยะเวลาที่ควรใช้ซ่อม และสาเหตุของความล่าช้าเป็นรายกรณี ไม่ใช่ว่ารถซ่อมนานทุกคันจะเรียกร้องจากบริษัทของตนเองได้ทันที
ควรเตรียมข้อมูลอะไรไว้ประกอบการเรียกร้อง?
เพื่อให้ตรวจสอบความเสียหายและระยะเวลาได้ชัดเจน ควรรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องไว้ เช่น
- ข้อมูลอุบัติเหตุและการพิจารณาความรับผิด รวมถึงข้อมูลคู่กรณีและบริษัทประกันภัย
- หลักฐานการนำรถเข้าซ่อมและรับรถคืน พร้อมรายการซ่อม
- รายละเอียดผลกระทบจากการไม่มีรถใช้ เช่น ต้องเดินทางอย่างไร และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเท่าใด
- หลักฐานค่าใช้จ่ายที่มี เช่น ใบเสร็จค่าเดินทางหรือสัญญาเช่ารถ
- ประวัติการติดตามงานซ่อม หากมีประเด็นว่าบริษัททำให้การซ่อมล่าช้า
รายการนี้เป็นแนวทางรวบรวมข้อมูล ไม่ใช่รายการเอกสารบังคับที่ใช้เหมือนกันทุกบริษัท ผู้เรียกร้องควรสอบถามเอกสารที่ต้องใช้จากบริษัทที่รับเรื่องโดยตรง
ก่อนตกลงรับเงิน ควรตรวจรายละเอียดให้ชัดเจน
เมื่อได้รับข้อเสนอชดใช้ ควรตรวจสอบว่า บริษัทพิจารณาจำนวนวันและอัตราต่อวันเท่าใด รวมเป็นเงินเท่าไร และใช้เหตุผลใดประกอบการพิจารณา
หากจำนวนเงินหรือระยะเวลาที่พิจารณาไม่ตรงกับความเสียหายที่เรียกร้อง ควรขอคำอธิบายและส่งหลักฐานเพิ่มเติมให้ครบก่อนตกลงรับค่าสินไหมทดแทน
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ หน้า 75 เรื่องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ และคำอธิบายข้อยกเว้นความเสียหายอันเกิดจากการขาดการใช้รถยนต์
อัตราและเงื่อนไขในบทความอ้างอิงตามคู่มือฉบับดังกล่าว การพิจารณาชดใช้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง หลักฐาน และกรมธรรม์ที่เกี่ยวข้อง
อ่านเพิ่มเติม: บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ เรียกค่าเสียหายอะไรได้บ้าง นอกจากค่ารักษาพยาบาล?
