มูลละเมิดในประกันรถยนต์ คืออะไร เกี่ยวกับการเรียกร้องค่าสินไหมอย่างไร?

เข้าใจที่มาของความรับผิด รายการค่าเสียหาย และหน้าที่ของบริษัทประกัน จากคู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์

เจ้าหน้าที่ประกันอธิบายเอกสารแก่ผู้ขับขี่ข้างรถที่เสียหาย ประกอบบทความมูลละเมิดในประกันรถยนต์

เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ ผู้เสียหายอาจได้ยินคำว่า “เรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามมูลละเมิด” และสงสัยว่า หมายถึงค่าเสียหายประเภทใด ต้องเรียกร้องจากใคร และบริษัทประกันเกี่ยวข้องอย่างไร

มูลละเมิดในบริบทของการประกันภัยรถยนต์ หมายถึงเหตุแห่งความรับผิดที่เกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาท ทำให้ผู้อื่นเสียหาย และเกิดหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

คำนี้จึงเกี่ยวข้องกับเหตุที่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ส่วนจะชดใช้อะไรและจำนวนเท่าใด ต้องพิจารณาความเสียหายและความรับผิดในแต่ละกรณี

เข้าใจคำว่า “มูลละเมิด” ผ่านอุบัติเหตุรถยนต์

คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์กล่าวถึงหลักตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ว่า ผู้กระทำโดยจงใจหรือประมาทต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

เมื่อนำมาอธิบายในเรื่องอุบัติเหตุรถยนต์ หากการขับขี่โดยประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือทรัพย์สินเสียหาย ผู้ที่ต้องรับผิดตามกฎหมายก็มีหน้าที่ชดใช้ความเสียหายนั้น

ส่วนคำว่า “ค่าสินไหมทดแทนตามมูลละเมิด” หมายถึงเงินชดใช้ความเสียหายที่เกิดจากความรับผิดดังกล่าว ไม่ใช่ชื่อเงินชดเชยอีกก้อนหนึ่งที่เรียกเพิ่มได้แยกจากรายการความเสียหาย

ผู้ก่อเหตุ กับบริษัทประกัน มีหน้าที่ต่างกันอย่างไร?

ส่วนแรก คือความรับผิดของผู้ก่อเหตุ

พิจารณาว่าใครต้องรับผิดจากอุบัติเหตุ และต้องชดใช้ความเสียหายอะไรแก่ผู้เสียหายบ้าง

ส่วนที่สอง คือความรับผิดของบริษัทประกัน

พิจารณาว่ากรมธรรม์ให้ความคุ้มครองความรับผิดนั้นหรือไม่ และบริษัทต้องชดใช้แทนภายในวงเงินเท่าใด

คู่มือตีความอธิบายว่า ความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นการที่บริษัทเข้ามาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแทนบุคคลที่ได้รับความคุ้มครองตามกรมธรรม์ สำหรับความรับผิดที่บุคคลนั้นมีต่อผู้เสียหาย

ดังนั้น การมีประกันไม่ได้ทำให้หน้าที่ชดใช้ของผู้ก่อเหตุหายไป แต่บริษัทประกันเข้ามารับภาระชดใช้แทนตามข้อตกลงในกรมธรรม์

ผู้เสียหายเรียกร้องอะไรได้บ้าง?

การเรียกร้องไม่ได้จำกัดอยู่เพียงค่าซ่อมรถหรือค่ารักษาพยาบาล คู่มือกล่าวถึงทั้งความเสียหายต่อทรัพย์สิน และความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย

เมื่อทรัพย์สินได้รับความเสียหาย

ในกรณีรถของบุคคลภายนอกได้รับความเสียหาย คู่มืออธิบายถึงการชดใช้ค่าซ่อม และค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ระหว่างซ่อมตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

จึงต้องแยกพิจารณาความเสียหายต่อตัวรถ กับความเสียหายจากการไม่ได้ใช้รถ เพราะเป็นคนละรายการกัน

เมื่อได้รับบาดเจ็บ

คู่มือหน้า 72 กล่าวถึงรายการค่าสินไหมที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • ค่ารักษาพยาบาล
  • ค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่องกับการรักษาพยาบาล
  • ค่ารักษาพยาบาลในอนาคต
  • ค่าเสียหายจากการเสียความสามารถประกอบการงาน ทั้งปัจจุบันและอนาคต
  • ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน

จึงไม่ควรเข้าใจว่า เมื่อบริษัทจ่ายค่ารักษาพยาบาลแล้ว จะหมายถึงความเสียหายทุกรายการได้รับการชดใช้ครบถ้วนเสมอไป ต้องตรวจสอบผลกระทบที่เกิดขึ้นประกอบด้วย

เมื่อเสียชีวิต

คู่มือกล่าวถึงรายการที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • ค่าปลงศพ
  • ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ก่อนตาย
  • ค่าขาดไร้อุปการะ
  • ค่าชดใช้การขาดการงานของบุคคลภายนอก
  • ค่าใช้จ่ายอันจำเป็นกรณีเสียชีวิต เช่น ค่าส่งศพกลับภูมิลำเนา

รายการเหล่านี้ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่ทุกกรณีจะได้รับทุกรายการ หรือได้รับจำนวนเงินเท่ากัน

ได้รับเงินจาก พ.ร.บ. แล้ว ยังเรียกร้องตามมูลละเมิดได้หรือไม่?

คู่มือส่วนกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถอธิบายว่า การได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นตาม พ.ร.บ. ไม่ตัดสิทธิผู้ประสบภัยที่จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม ค่าเสียหายเบื้องต้นที่ได้รับแล้วถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าสินไหมทดแทน จึงต้องนำมาพิจารณาประกอบในการชดใช้ ไม่ใช่นับแยกจากความเสียหายเดียวกันโดยไม่คำนึงถึงเงินที่ได้รับไปแล้ว

มีประกันแล้ว ทำไมผู้ก่อเหตุยังอาจต้องจ่ายเอง?

เพราะจำนวนค่าเสียหายที่ต้องรับผิด กับวงเงินที่บริษัทประกันรับผิดแทน อาจไม่เท่ากัน

หากค่าเสียหายที่ต้องชดใช้เกินวงเงินความคุ้มครอง ส่วนที่เกินยังเป็นภาระของผู้มีหน้าที่รับผิดตามกฎหมาย นอกจากนี้ อาจมีเงื่อนไขความเสียหายส่วนแรก หรือข้อสัญญาพิเศษที่ทำให้ผู้เอาประกันต้องรับผิดชอบเงินบางส่วนเอง

แต่การที่คู่กรณีเรียกร้องจำนวนหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าผู้เอาประกันต้องจ่ายตามยอดนั้นทันที ต้องพิจารณาความเสียหาย ความรับผิด และความคุ้มครองให้ชัดเจนก่อน

เมื่อได้ยินคำว่า “เรียกร้องตามมูลละเมิด” ควรเข้าใจอะไร?

ให้พิจารณาตามลำดับว่า ใครต้องรับผิด เกิดความเสียหายอะไร และประกันชดใช้แทนได้เพียงใด

สำหรับผู้เสียหาย ควรแยกรายการความเสียหายให้ชัดเจน ส่วนผู้เอาประกันควรส่งข้อเรียกร้องให้บริษัทตรวจสอบตามกรมธรรม์ เพื่อให้ทราบว่าส่วนใดบริษัทรับผิดแทน และส่วนใดอาจเป็นภาระของตนเอง

ความเข้าใจเรื่องมูลละเมิดจึงช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมองการเรียกร้องค่าสินไหมได้ครบขึ้น โดยไม่สับสนระหว่างความเสียหายที่เกิดขึ้นกับขอบเขตความคุ้มครองของประกัน

แหล่งอ้างอิง

เรียบเรียงเฉพาะจาก คู่มือตีความกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ตามคำสั่งนายทะเบียนที่ 66/2563 สมาคมประกันวินาศภัยไทย

  • ส่วนกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หน้า 1: ความรับผิดตามมูลละเมิด และสิทธิเรียกร้องเพิ่มเติมหลังได้รับค่าเสียหายเบื้องต้น
  • หมวดความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก หน้า 72: รายการค่าสินไหมทดแทนกรณีความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัย
  • หน้า 75–76: ความเสียหายต่อทรัพย์สินและค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์
  • หน้า 78–80 และ 87–88: ความเสียหายส่วนแรก การต่อสู้คดี และข้อสัญญาพิเศษ

เลขหน้าอ้างอิงเป็นเลขหน้าที่พิมพ์ในคู่มือ

อ่านเพิ่มเติม: รถเข้าซ่อม ไม่มีรถใช้ เรียกค่าขาดประโยชน์จากประกันได้อย่างไร?

อ่านเพิ่มเติม: บาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถยนต์ เรียกค่าเสียหายอะไรได้บ้าง นอกจากค่ารักษาพยาบาล?

กลับไปเลือกอ่านบทความ →